EDITED  : อัพเดตวันที่ 10 กันยายน 2555 เพิ่มเติมข้อมูลจากทาง Let's comic ครับผม อยู่ท้ายๆ บทความนะครับ

         ต่อไปนี้จะขอกล่าวถึงการไปเสนองานสำหรับสำนักพิมพ์ มีหลายๆคนสงสัยว่าการไปเสนองานที่สำนักพิมพ์ไทยนั้นยากหรือไม่ ทำอย่างไร และต้องรู้อะไรบ้าง แต่ก่อนอื่นเอาเพลงล้างสมองก่อนนะครับ

 

 

 

สำนักพิมพ์กับการต่อสู้ทางการตลาด 

              ก่อนจะกล่าวถึงสามวิธีข้างต้นอยากจะขออธิบายก่อนว่า หลักการของทุกๆวิชาชีพ การที่เราจะเดินทางไปที่ไหนหรือท้องถิ่นใด หรือจะติดต่อสัมพันธ์บุคคลใด เราควรจะต้องศึกษาพื้นเพ เบื้องลึก ปูมหลังหรือแนวทางของสิ่งที่เราสนใจหรือตั้งเป้าหมายก่อน เช่น การเดินทางไปยังสถานที่ที่เราไม่คุ้นเคยอาจจะมีศึกษาประวัติแถวนั้น หรือการจะติดต่อบุคคลหรือลูกค้าสำคัญ เราควรจะศึกษาถึงข้อมูลส่วนตัว(เท่าที่อาจหาได้) ว่าเคยทำงานอะไรมาก่อน เป็นต้น

 

 

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จึงอยากจะให้ผู้ที่อยากเป็นนักเขียนศึกษาประวัติแนวทางของแต่ละสำนักพิมพ์ว่ามีแนวทางอย่างไรเพื่อให้ง่ายต่อการนำเสนอและประกอบการตัดสินใจ โดยแต่ละสำนักพิมพ์มีแนวทางของการ์ตูนไทยไปในลักษณะของโชเน็น เพราะตลาดกลุ่มนี้เป็นตลาดที่กว้างที่สุด  ถ้าจะเอ่ยเรื่องที่ติดตาติดใจผู้อ่านคงจะเป็น Executional โดย Executional จะเป็นการ์ตูนโชเน็นเรื่องที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เป็นที่พูดติดปากติดหู ในขณะที่เรื่องอื่นๆก็ได้รับความนิยมลดหลั่นกันมา ลายเส้นที่เผยแพร่และทำตลาดได้ดีจะเน้นไปในสไตล์ สาวน้อยโมเอะ ตาโตน่ารัก ซึ่งถ้าสังเกตดีๆจะพบว่าการ์ตูนส่วนใหญ่ในตลาดจะเป็นในแนวทางนี้ โดยไม่ค่อยพบคอนเซปไทยชัดเจนจนเกินไป หลายคนอาจสงสัยว่าการ์ตูนไทยเองก็มีการ์ตูนลายเส้นแนวปกติหรือแนวอื่นๆนอกจากแนวโมเอะเช่นกัน แต่ในทางการตลาดแล้วเรื่องเหล่านี้ก็มักจะมียอดขายที่ไม่ค่อยดีนัก และจะสังเกตได้ว่าไม่มีโอกาสได้พิมพ์ต่อ

 

แต่ในจุดนี้ก็มีนักเขียนแนวหน้าของไทยไม่กี่รายที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ แม้ลายเส้นจะไม่ใช่กระแสหลัก เพราะมีผลงานเป็นที่ประจักษ์และได้รับการติดตามเป็นที่นิยมอยู่แล้ว

 

              ปัจจุบันมีสำนักพิมพ์หลายรายที่มีนิตยสารรายสัปดาห์ รายเดือนของตนเองและในเล่มจะเน้นการลงการ์ตูนญี่ปุ่นเป็นหลักโดยมีการ์ตูนไทยลงแทรกในไว้ 1 ตอนในเล่ม ด้วยสาเหตุที่ว่า การ์ตูนไทยยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรและจำเป็นต้องใช้เวลาเผยแพร่อีกมาก การลงการ์ตูนไทยทั้งเล่มเลยจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะไม่สามารถทำกำไรได้ เพราะมีบทเรียนสำคัญมากมาย เช่น ในอดีตมีสำนักพิมพ์ค่ายอื่นๆ ที่เคยทำหนังสือการืตูนไทยฉบับรายสัปดาห์หรือรายปักษ์แต่ยอดขายไม่ดีจนต้องปิดตัวไปแล้วหลายราย บริษัทหลายรายจึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์นี้

 

 

วิธีการเสนองานแก่สำนักพิมพ์

              ในการนำเสนอผลงานของสำนักพิมพ์แต่ละที่จะมีกฎกติกาแตกต่างกันบ้างขึ้นอยู่กับสำนักพิมพ์ แต่ทางผู้เขียนจะไม่ขอระบุให้ชัดเจน โดยจะขอกล่าวโดยรวมถึงมาตรฐานที่ใกล้เคียงกัน หลักๆ แล้วจะมีการเสนอผลงานอยู่ 3 วิธี

            1. การเสนอผลงานโดยการส่งประกวด

            2. การเสนอผลงานโดยเข้าไปเสนอโดยตรงที่สำนักพิมพ์

            3. ได้รับการติดต่อจากทางสำนักพิมพ์

 

 


            1. การเสนองานโดยวิธีการส่งประกวด

            โดยปกติสำนักพิมพ์หลายค่ายจะมีโครงการให้นักเขียนหน้าใหม่มีโอกาสส่งผลงานเข้ามาทางสำนักพิมพ์อยู่แล้ว หากผลงานผ่านการพิจารณาตามเกณฑ์เบื้องต้นก็มีสิทธิ์จะได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่เป็นผลงาน Debut เดบิว ไป (รายละเอียดต่างๆ โปรดติดตามจากเว็บไซต์ของแต่ละสำ     นักพิมพ์) นอกจากนี้การผ่านการพิจารณาย่อมทำให้เรามีเครดิตที่ดีในการนำเสนอผลงานครั้งต่อๆ ไปด้วยครับ

              ในเรื่องนี้มีข้อดีตรงที่เป็นการเปิดโอกาสให้แก่นักเขียนได้ส่งผลงานเข้ามา และทำให้ทางสำนักพิมพ์ได้มีโอกาสคัด กลั่นกรองนักเขียนหน้าใหม่ แต่ข้อเสียนั้นอาจจะอยู่ตรงที่การประกวดหรือส่งผลงานเข้าร่วมนั้นมีผู้เข้าส่งจำนวนมาก สำนักพิมพ์เองไม่สามารถที่จะนำผลงานของทุกๆ คนมาคอมเมนท์ วิจารณ์ได้อย่างเต็มที่ เพราะโควตาร์ในหนังสือนั้นมีจำกัด คอมเมนท์ที่เราได้เห็นจะเป็นผลงานที่น่าสนใจจริงๆ หรือผลงานอยู่ในอันดับต้นๆ มากกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้น การนำเสนอผลงานส่งเข้าประกวดอยากจะให้ทางนักเขียนพิจารณาดู “กระแสของสำนักพิมพ์” หรือ “ผู้จัดประกวด” เป็นหลักด้วย เช่น หากเป็นสำนักพิมพ์จัดงานประกวด ส่งแข่งขันทั่วไป เราก็สามารถจะยึดแนวการ์ตูนโชเน็น โชโจ ในการส่งเข้าประกวดได้ดี เพราะนักเขียนส่วนใหญ่จะยึดแนวทางนี้ แต่หากเป็นงานประกวดที่มีคอนเซ็บ จากบริษัท หน่วยงานต่างๆ ขออนุญาตยกเป็นตัวอย่าง อาทิ เช่น ประกวดอนุรักษ์พลังงาน ลดโลกร้อน คอรัปชั่น เราก็สามารถจะเสนอไอเดียที่เป็นคอนเซ็บลงไปได้อีก อาจจะไม่ได้ยึดโชเน็น เพียงเท่านั้น แต่ทางผู้เขียนอยากจะแนะนำว่าหากยึดลายเส้นและการดำเนินเรื่องไปในทางแนวโชเน็นได้ก็จะดีมาก เพราะตลาดในกลุ่มใหญ่จะเปิดกว้างรับกว่าการ์ตูนที่เป็นแนวคอนเซ็บตรงไปตรงมา

 

              สำหรับการจัดค่ายการ์ตูนก็จะใช้คอนเซ็บการส่งเข้าประกวดเนื้อเรื่องเช่นกัน เพื่อเป็นคัดกรองเด็กๆที่มีความพยายามและฝีมือเพื่อให้ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของค่ายพัฒนาทักษะการ์ตูนต่อไป โดย ณ ปัจจุบันนี้ การจัดค่ายการ์ตูนก็ได้รับการสนับสนุนจากทางภาคเอกชนหลายฝ่ายเช่นกัน

 

            2. การเสนอผลงานโดยเข้าไปเสนอโดยตรงที่สำนักพิมพ์

            วิธีการนี้คือการเข้าไปเสนองานแก่สำนักพิมพ์โดยตรง ขั้นตอนแรกที่สำคัญคือการโทรเข้าไปนัดกับทางทีมงานของแต่ละสำนักพิมพ์ เพื่อกำหนดวันนัด (รายละเอียดต่างๆโปรดติดตามจากเว็บไซต์หรือสื่อสิ่งพิมพ์ของแต่ละสำนักพิมพ์) สาเหตุที่ต้องมีการโทรนัดก่อนนั่นเพราะว่ามีนักเขียนหลายรายที่เดินทางไปเสนองานเข้าไปที่สำนักพิมพ์โดยไม่โทรนัดวันล่วงหน้า ทำให้บางครั้งไม่มีโอกาสได้เสนองาน เนื่องจากว่าทีมงานอาจติดธุระ กำลังเร่งทำงานปิดต้นฉบับ ซึ่งต้องอธิบายให้นักเขียนหน้าใหม่ทราบ ว่าบรรณาธิการและทีมงาน ต่างมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบในองค์กร ดังนั้น การโทรนัดล่วงหน้าจึงเป็นมารยาทที่ดีที่เราพึงกระทำ และทำให้เราไม่เสียเวลาเดินทางไปกลับฟรีๆ ด้วยครับ

            2.1 หลังจากโทรนัดเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เราต้องเตรียมไปเสนอนั้นมีดังนี้

                        2.1.1 ผลงานที่จะนำเสนอในรูปแบบที่เสร็จสมบูรณ์ ตัดเส้น ถมดำ ติดสกรีน ใส่ฟอนท์ตามแต่สไตล์ของนักเขียนให้เรียบร้อย มีนักเขียนหลายรายที่นำผลงานที่ยังไม่เสร็จแล้วดีไปเสนอ เช่นอาจจะเป็นเพียงแค่สตอรี่บอร์ด หรืองานที่เสร็จครึ่งๆ กลาง สำหรับส่วนนี้อยากจะทำความเข้าใจว่า ขั้นตอนเหล่านี้เป็น “การขาย” ทั้งสิ้น นักเขียนเปรียบเสมือน “พนักงานขาย” ที่จะต้องนำผลงานไปพรีเซนต์ให้ลูกค้าได้ดู หากคุณเป็นลูกค้าคงจะไม่ชอบแน่ๆที่มีคนเอาผลิตภัณฑ์ครึ่งๆกลางๆมาขายให้ถูกไหมครับ ใจเขาใจเรา ดังนั้นเรื่องบางเรื่องการเตรียมตัวผลงานให้ดีที่สุดย่อมดีกว่าครับ โดยปกติอาจจะทำผลงานสั้นๆให้เห็นคร่าวๆก่อนเช่นเป็นการ์ตูนสั้น 20 -32 หน้าเพื่อให้ทางบรรณาธิการ (บก.) ได้มีโอกาสพิจารณางานเราก่อน

                        2.1.2 พล๊อตเรื่องคร่าวๆ เนื้อเรื่องเป็นอย่างไร เริ่มต้นอย่างไร มีที่มาที่ไปอย่างไร...คิดว่ามีกำหนดจบกี่ตอน กี่เล่ม

                        2.1.3 งานเสก็ตหรืองานดราฟต่างๆ รายละเอียดเพิ่มเติมถ้ามี 

                        2.1.4 ผลงานอื่นๆ Portfolio ในการนำเสนองาน เพื่อให้ทาง บก. ได้ดูว่าเรามีงานอะไรอีกบ้างและเคยทำอะไรมาบ้าง ในจุดนี้มีนักเขียนหลายคนไม่ทราบว่าจะนำอะไรมาบ้าง จึงนำงานทุกๆอย่างของตัวเองมานำเสนอ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องไม่จำเป็นนัก การนำเสนองานควรจะคัดเลือกงานที่โดดเด่นและที่คิดว่าดูดีของเรามานำเสนอดีกว่า หรือหากจะทำให้การนำเสนอดูดีก็ควรจะมีเว็บไซต์สำหรับเก็บผลงานส่วนตัว เช่น บล๊อค เดเวี่ยนอาร์ท ด้วย เพื่อที่ว่า หากทาง บก. สนใจก็สามารถฝากไว้ให้ทาง บก. เปิดดูเองได้ในภายหลัง

 

*****************

 

TipS                ผลงานที่นำมาเสนอสำนักพิมพ์หลักๆจะต้องปริ้นเป็นผลงานที่จับต้องได้มา การมาตัวเปล่าและหวังว่าจะนำเสนอผ่านเว็บไซต์มิใช่มารยาทการเสนองานที่ดีครับ หากทางทีมงานเกิดติดขัดขึ้นมาเราอาจจะพลาดโอกาสคุยงานไปเลยก็เป็นได้ ดังนั้นการนำเสนอผลงานเป็นชิ้นๆ จับต้องได้ย่อมดีกว่าครับ

 *****************


            คำถามส่วนใหญ่ที่ทาง บก. จะถามและเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรจะตอบ

            - วาดมากี่ปีแล้ว

            - ปัจจุบันเรียนหรือทำงานอยู่ – คำถามนี้เป็นการถามเพื่อสอบถามเวลาของเราว่า หากศึกษาอยู่ หรือปัจจุบันมีงานประจำทำแล้ว เราจะมีเวลาพอที่จะทำต้นฉบับหรือไม่ เพราะมีหลายครั้งที่นักเขียนในช่วงแรกมีไฟไปทำงาน แต่พอทำไปสักพักด้วยเหตุปัจจัยหลายอย่างนักเขียนก็ทิ้งงานไปบ้างก็มี

            - ทางบ้านสนับสนุนหรือเปล่า – เนื่องจากหลายๆคนยังต้องพึ่งพาความรับผิดชอบจากที่บ้าน ในส่วนนี้มีเด็กหลายคนที่พยายามต่อสู้มาจนถึงตรงนี้ แต่ต่อมาทางบ้านก็ไม่สนับสนุนเท่าที่ควร จึงเป็นการสอบถามเพื่อความมั่นใจ

            - ถ้าเขียนระยะยาวจะทำไหวหรือไม่

 

*****************

TipS                มีนักเขียนจำนวนมากที่ทาง บก. เห็นว่างานไม่ผ่านการพิจารณา จนแสดงอาการโวยวาย หรือต่อต้านอย่างชัดเจน ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งภายในการเสนอผลงาน สำหรับนักเขียนที่ยังขาดวุฒิภาวะ จึงอยากจะให้นักเขียนหน้าใหม่ทุกคนเก็บอารมณ์ และน้อมรับคำติชมของทาง บก. เพื่อการพัฒนางานที่ดีต่อไป

 

 *****************

            ในท้ายที่สุดนี้หากผลงานของเราผ่านการพิจารณาก็จะเป็นในเรื่องของขั้นตอนต่อไปสำหรับการทำผลงาน

            “พึงระลึกไว้เสมอว่างานชิ้นที่เราไปนำเสนออาจจะไม่ใช่ผลงานที่ได้ตีพิมพ์”